จังหวัดพัทลุง.
ประวัติศาสตร์เมืองพัทลุง
เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ดังปรากฏหลักฐานจากการค้นพบขวานหินขัดในท้องที่ทั่วไปหลายอำเภอในสมัยศรีวิชัย ( พุทธศตวรรษที่ 13 –14 )
บริเวณเมืองพัทลุงเป็นแหล่งชุมชนที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียในด้านพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มีหลักฐานค้นพบ เช่น
พระพิมพ์ดินดิบจำนวนมากเป็นรูปพระโพธิสัตว์ รูปเทวดาโดยค้นพบบริเวณถ้ำคูหาสวรรค์ และถ้ำเขาอกทะลุ
ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองพัทลุงได้ตั้งขึ้นอย่างมั่นคงภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา ในสมัย
พระบรมไตรโลกนาถ ได้ปรากฏชื่อเมืองพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ.1998 ระบุว่าเมืองพัทลุง
มีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี ซึ่งนับได้ว่าเป็นหัวเมืองหนึ่งของพระราชอาณาจักรทางใต้ ที่ตั้งเมืองพัทลุงในระยะเริ่มแรกนั้น
เชื่อกันว่า ตั้งอยู่ที่เมืองสทิงพระ จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน มักจะประสบปัญหาโดนโจมตีจากกลุ่มโจรสลัดมาเลย์
อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโจรสลัดราแจะอารูและอุยงคตนะ ได้เข้าปล้นสดมภ์โจมตีเผาทำลายเมืองอยู่เนืองๆ
ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ด๊ะโต๊ะโมกอล ชาวมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองสาเลห์ บริเวณหมู่เกาะชวา ซึ่งเป็น
ต้นตระกูลของสุลต่านสุไลมาน แห่งเมืองสงขลาได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานค้าขาย ณ หัวเขาแดง แล้วตั้งประชาคมมุสลิมขึ้น
ตรงนั้นอย่างสงบ ไม่มีการขัดแย้งกับชาวเมืองที่อยู่มาก่อน ปักหลักอยู่ยาวนานจนมีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่มากขึ้น
ในที่สุดก็พัฒนาขึ้นมาเป็นเมืองท่าปลอดภาษี มีเรือสำเภาแวะเข้ามาซื้อ
บทบาทของดะโต๊ะโมกอลได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรศรีอยุธยาด้วยดี พระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งเป็น "ข้าหลวงใหญ่" ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อมาคือท่านสุไลมานบุตรชายคนโต มีหน้าที่ปกครองดูแลรักษา
ความสงบของพื้นที่ตั้งแต่ตอนล่างของนครศรีธรรมราช มาจดเขตปัตตานี ครอบคลุมครึ่งล่างของเมืองตรัง ปะเหลียน
พัทลุง และสงขลา นอกจากนี้ก็ต้องเก็บส่วยสาอากรส่งถวายพระเจ้าแผ่นดินที่กรุงศรีอยุธยา ท่านสุไลมานก็ได้ทำ
หน้าที่นี้เรียบร้อยด้วยดีมาตลอด ต่อมาได้ย้ายเมืองสงขลาจากสทิงพระมายังหัวเขาแดงซึ่งมีชัยภูมิป้องกันตนเอง
ได้ดีกว่า
ในสมัยสุลต่านสุไลมาน บุตรของดะโต๊ะโมกอล ได้ส่ง ฟาริซีน้องชายซึ่งเป็นปลัดเมืองมาสร้างเมืองใหม่ที่
เขาชัยบุรี เพื่อป้องกันศัตรูที่จะมาโจมตีเมืองสงขลาทางบก ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองพัทลุง และ
ได้ย้ายเมืองพัทลุงออกจากเมืองสงขลาตั้งแต่นั้น และตั้งเมืองอยู่ที่เขาชัยบุรีตลอดมาจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาเมื่อ
ปี พ.ศ.2310
ในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ได้มีการย้ายสถานที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้งและได้ยกขึ้นเป็นเมืองชั้นโทใน
รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในช่วงนี้เมืองพัทลุงมีผู้นำที่มีความสำคัญในการสร้างความ
เจริญและความมั่นคงให้กับบ้านเมืองหลายท่าน อาทิ พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) พระยาวิชิตเสนา (ทองขาว)
พระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทร์โรจน์วงศ์) ส่วนประชาชนชาวเมืองพัทลุงก็ได้มีบทบาทในการร่วมมือกับผู้นำ ต่อสู้
ป้องกันเอกราชของชาติมาหลายครั้ง เช่น เมื่อสงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328 – 2329) พม่าจัดกองทัพใหญ่ 9 ทัพ
1 ใน 9 ทัพ มีเกงหวุ่นแมงยีเป็นแม่ทัพ ยกลงมาตีทางใต้ ตีได้เมืองกระบุรี ระนอง ชุมพร ไชยา และนครศรีธรรมราช
ตามลำดับ
ขณะที่กำลังจัดไพร่พลอยู่ที่นครศรีธรรมราช เพื่อจะยกมาตีเมืองพัทลุงและสงขลานั้น พระยาพัทลุงโดยความ
ร่วมมือจากพระมหาช่วยแห่งวัดป่าลิไลยก์ ได้รวบรวมชาวพัทลุงประมาณ 1,000 คน ยกออกไปตั้งขัดตาทัพที่คลอง
ท่าเสม็ด จนกระทั่งทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าในรัชกาลที่ 1 ทรงยกกองทัพมาช่วย
หัวเมืองปักษ์ใต้ ตีทัพพม่าแตกหนีไป พระมหาช่วยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ลาสิกขาแล้วแต่งตั้งเป็นพระยาทุกขราษฎร์
ช่วยราชการเมืองพัทลุง นอกจากสงครามกับพม่าแล้วชาวพัทลุงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ของประเทศชาติในหัวเมืองภาคใต้ เพราะปรากฏอยู่เสมอว่าทางเมืองหลวงได้มีคำสั่งให้เกณฑ์ชาวพัทลุง พร้อมด้วย
เสบียงอาหารไปทำสงครามปราบปรามกบฏในหัวเมืองมลายูเช่น กบฏไทรบุรี พ.ศ.2373 และพ.ศ.2381 ซึ่งบทบาท
ดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของเมืองพัทลุง ทางด้านการเมือง การปกครองในอดีตเป็นอย่างดี
ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาลใน พ.ศ.
2437 และได้ประกาศจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2439 ประกอบด้วยเมืองต่างๆ คือ นครศรีธรรมราช
พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้ง 7 ที่เป็นเมืองปัตตานีเดิม สำหรับเมืองพัทลุงแบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คือ
อำเภอกลางเมือง อำเภออุดร อำเภอทักษิณ ขณะนั้นตัวเมืองตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ จนกระทั่ง พ.ศ. 2467 พระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองพัทลุงมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ในปัจจุบัน เพื่อจะได้อยู่ใกล้
เส้นทางรถไฟ และสะดวกในด้านติดต่อกับเมืองต่างๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน เมืองพัทลุงได้มีการย้ายเมืองหลายครั้ง
สถานที่เคยเป็นที่ตั้งเมืองพัทลุงมาแล้ว ได้แก่
ดังปรากฏหลักฐานจากการค้นพบขวานหินขัดในท้องที่ทั่วไปหลายอำเภอในสมัยศรีวิชัย ( พุทธศตวรรษที่ 13 –14 )
บริเวณเมืองพัทลุงเป็นแหล่งชุมชนที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียในด้านพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มีหลักฐานค้นพบ เช่น
พระพิมพ์ดินดิบจำนวนมากเป็นรูปพระโพธิสัตว์ รูปเทวดาโดยค้นพบบริเวณถ้ำคูหาสวรรค์ และถ้ำเขาอกทะลุ
ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองพัทลุงได้ตั้งขึ้นอย่างมั่นคงภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา ในสมัย
พระบรมไตรโลกนาถ ได้ปรากฏชื่อเมืองพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ.1998 ระบุว่าเมืองพัทลุง
มีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี ซึ่งนับได้ว่าเป็นหัวเมืองหนึ่งของพระราชอาณาจักรทางใต้ ที่ตั้งเมืองพัทลุงในระยะเริ่มแรกนั้น
เชื่อกันว่า ตั้งอยู่ที่เมืองสทิงพระ จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน มักจะประสบปัญหาโดนโจมตีจากกลุ่มโจรสลัดมาเลย์
อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโจรสลัดราแจะอารูและอุยงคตนะ ได้เข้าปล้นสดมภ์โจมตีเผาทำลายเมืองอยู่เนืองๆ
ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ด๊ะโต๊ะโมกอล ชาวมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองสาเลห์ บริเวณหมู่เกาะชวา ซึ่งเป็น
ต้นตระกูลของสุลต่านสุไลมาน แห่งเมืองสงขลาได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานค้าขาย ณ หัวเขาแดง แล้วตั้งประชาคมมุสลิมขึ้น
ตรงนั้นอย่างสงบ ไม่มีการขัดแย้งกับชาวเมืองที่อยู่มาก่อน ปักหลักอยู่ยาวนานจนมีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่มากขึ้น
ในที่สุดก็พัฒนาขึ้นมาเป็นเมืองท่าปลอดภาษี มีเรือสำเภาแวะเข้ามาซื้อ
บทบาทของดะโต๊ะโมกอลได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรศรีอยุธยาด้วยดี พระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งเป็น "ข้าหลวงใหญ่" ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อมาคือท่านสุไลมานบุตรชายคนโต มีหน้าที่ปกครองดูแลรักษา
ความสงบของพื้นที่ตั้งแต่ตอนล่างของนครศรีธรรมราช มาจดเขตปัตตานี ครอบคลุมครึ่งล่างของเมืองตรัง ปะเหลียน
พัทลุง และสงขลา นอกจากนี้ก็ต้องเก็บส่วยสาอากรส่งถวายพระเจ้าแผ่นดินที่กรุงศรีอยุธยา ท่านสุไลมานก็ได้ทำ
หน้าที่นี้เรียบร้อยด้วยดีมาตลอด ต่อมาได้ย้ายเมืองสงขลาจากสทิงพระมายังหัวเขาแดงซึ่งมีชัยภูมิป้องกันตนเอง
ได้ดีกว่า
ในสมัยสุลต่านสุไลมาน บุตรของดะโต๊ะโมกอล ได้ส่ง ฟาริซีน้องชายซึ่งเป็นปลัดเมืองมาสร้างเมืองใหม่ที่
เขาชัยบุรี เพื่อป้องกันศัตรูที่จะมาโจมตีเมืองสงขลาทางบก ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองพัทลุง และ
ได้ย้ายเมืองพัทลุงออกจากเมืองสงขลาตั้งแต่นั้น และตั้งเมืองอยู่ที่เขาชัยบุรีตลอดมาจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาเมื่อ
ปี พ.ศ.2310
ในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ได้มีการย้ายสถานที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้งและได้ยกขึ้นเป็นเมืองชั้นโทใน
รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในช่วงนี้เมืองพัทลุงมีผู้นำที่มีความสำคัญในการสร้างความ
เจริญและความมั่นคงให้กับบ้านเมืองหลายท่าน อาทิ พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) พระยาวิชิตเสนา (ทองขาว)
พระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทร์โรจน์วงศ์) ส่วนประชาชนชาวเมืองพัทลุงก็ได้มีบทบาทในการร่วมมือกับผู้นำ ต่อสู้
ป้องกันเอกราชของชาติมาหลายครั้ง เช่น เมื่อสงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328 – 2329) พม่าจัดกองทัพใหญ่ 9 ทัพ
1 ใน 9 ทัพ มีเกงหวุ่นแมงยีเป็นแม่ทัพ ยกลงมาตีทางใต้ ตีได้เมืองกระบุรี ระนอง ชุมพร ไชยา และนครศรีธรรมราช
ตามลำดับ
ขณะที่กำลังจัดไพร่พลอยู่ที่นครศรีธรรมราช เพื่อจะยกมาตีเมืองพัทลุงและสงขลานั้น พระยาพัทลุงโดยความ
ร่วมมือจากพระมหาช่วยแห่งวัดป่าลิไลยก์ ได้รวบรวมชาวพัทลุงประมาณ 1,000 คน ยกออกไปตั้งขัดตาทัพที่คลอง
ท่าเสม็ด จนกระทั่งทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าในรัชกาลที่ 1 ทรงยกกองทัพมาช่วย
หัวเมืองปักษ์ใต้ ตีทัพพม่าแตกหนีไป พระมหาช่วยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ลาสิกขาแล้วแต่งตั้งเป็นพระยาทุกขราษฎร์
ช่วยราชการเมืองพัทลุง นอกจากสงครามกับพม่าแล้วชาวพัทลุงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ของประเทศชาติในหัวเมืองภาคใต้ เพราะปรากฏอยู่เสมอว่าทางเมืองหลวงได้มีคำสั่งให้เกณฑ์ชาวพัทลุง พร้อมด้วย
เสบียงอาหารไปทำสงครามปราบปรามกบฏในหัวเมืองมลายูเช่น กบฏไทรบุรี พ.ศ.2373 และพ.ศ.2381 ซึ่งบทบาท
ดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของเมืองพัทลุง ทางด้านการเมือง การปกครองในอดีตเป็นอย่างดี
ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาลใน พ.ศ.
2437 และได้ประกาศจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2439 ประกอบด้วยเมืองต่างๆ คือ นครศรีธรรมราช
พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้ง 7 ที่เป็นเมืองปัตตานีเดิม สำหรับเมืองพัทลุงแบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คือ
อำเภอกลางเมือง อำเภออุดร อำเภอทักษิณ ขณะนั้นตัวเมืองตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ จนกระทั่ง พ.ศ. 2467 พระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองพัทลุงมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ในปัจจุบัน เพื่อจะได้อยู่ใกล้
เส้นทางรถไฟ และสะดวกในด้านติดต่อกับเมืองต่างๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน เมืองพัทลุงได้มีการย้ายเมืองหลายครั้ง
สถานที่เคยเป็นที่ตั้งเมืองพัทลุงมาแล้ว ได้แก่
โคกเมืองแก้ว ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน
บ้านควนแร่ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง
เขาชัยบุรี(เขาเมือง) ปัจจุบัน เขต 3 ตำบล คือตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง
ท่าเสม็ด ปัจจุบัน ตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
เมืองพระรถ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง
บ้านควนมะพร้าว ปัจจุบัน หมู่ที่ 2 ตำบลพญาขัน อ.เมืองพัทลุง
บ้านม่วง ปัจจุบัน หมู่ที่ 2 ตำบลพญาขัน อ.เมืองพัทลุง
บ้านโคกสูง ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลลำปำ อ.เมืองพัทลุง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารส่วนภูมิภาคเป็นจังหวัดและอำเภอ ได้ยกเลิกการปกครอง
แบบมณฑลเทศาภิบาล ทำให้เมืองพัทลุงมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่ง ในปัจจุบันจังหวัดพัทลุง แบ่งเขตการปกครองออก
เป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา
อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอป่าพะยอม อำเภอบางแก้ว และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์
นอกจากด้านการเมืองการปกครองแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
เมืองพัทลุงเคยมีชื่อเสียงในการละเล่นพื้นเมือง คือหนังตะลุง มโนราห์ ลิเกป่า ส่วนด้านศาสนา ได้มีการทะนุบำรุง
พระพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีต มีการพระราชทานพื้นที่พระกัลปานา วัดเขียนบางแก้ว วัดสทัง วัดพะโค๊ะ เพื่อบำรุงรักษา
วัดให้เจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา
ชื่อเมืองพัทลุง
ในสมัยก่อนชื่อเมืองพัทลุง ไม่ได้เขียนอย่างที่ปรากฏให้เห็นจากหลักฐานพบว่าบนเหรียญอีแปะพัทลุง
พ.ศ. 2426 เขียนว่า พัททะลุง และพัตลุง ในเอกสารของไทย ใช้ต่างกันมากมายได้แก่ พัตะลุง พัดทลุง พัทธลุง
พัตทลุง พัฒลุง พัทลุง ในเอกสารเบอร์นีของอังกฤษสมัยรัชกาลที่ 3 เขียนว่า Bondelun และ Merdelong ของ
นายลามาร์ วิศวกรชาวฝรั่งเศส สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เขียนว่า Bourdelun ความหมายของชื่อเมือง
หมายถึงเมืองช้างหรือเมืองเกี่ยวเนื่องด้วยช้างซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงหลายประการ คำว่า “พัต-พัท-พัทธ” ยังไม่อาจ
ทราบได้ว่าคำเดิมเขียนอย่างไร คำไหน ทราบเพียงว่าใช้เป็นคำขึ้นต้น ส่วนคำพื้นเมืองที่เรียกว่า“ตะลุง”แปลว่าเสา
ล่ามช้างหรือไม้หลักผูกช้างชื่อบ้านนามเมืองของพัทลุงที่เกี่ยวกับช้างมีมากหรือจะเรียกว่าเป็น“เมืองช้าง”ก็ได้
โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลาในแถบชะรัดซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด มีช้างป่าชุกชุม และใน
ตำนานนางเลือดขาวตำนานเมืองพัทลุงกล่าวว่า ตาสามโม ยายเพชรเป็นหมอสดำหมอเฒ่านายกองช้าง เลี้ยงช้าง
ส่งเจ้าพระยากรุงทองทุกปี ต่อมาพระกุมารกับนางเลือดขาวก็ได้รับมรดกเป็นนายกองเลี้ยงช้างส่งส่วย
ซึ่งในปัจจุบันชาวบ้านบางส่วนยังคงนับถือ “ตาหมอช้าง”
เอกลักษณ์และสัญลักษณ์เมืองพัทลุง
การแข่งขันวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนและฟันรัน
งานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
เทศกาลล่องเรือ แลนกทะเลน้อย
วันสตรีสากล
งานอนุรักษ์มรดกไทย
งานกาชาดประจำปี
เทศกาลอาหารดี ศรีเมืองลุง
ย้อนรอยประวัติศาสตร์เสด็จประภาส ร.5 (เกาะสี่ เกาะห้า)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์เสด็จประภาส ร.5 (หาดแสนสุขลำปำ)
ชุมนุมกรีฑาพัทลุง
งานวันชาวสวน
งานประเพณีแข่งโพน - ลากพระ
แบบมณฑลเทศาภิบาล ทำให้เมืองพัทลุงมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่ง ในปัจจุบันจังหวัดพัทลุง แบ่งเขตการปกครองออก
เป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา
อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอป่าพะยอม อำเภอบางแก้ว และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์
นอกจากด้านการเมืองการปกครองแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
เมืองพัทลุงเคยมีชื่อเสียงในการละเล่นพื้นเมือง คือหนังตะลุง มโนราห์ ลิเกป่า ส่วนด้านศาสนา ได้มีการทะนุบำรุง
พระพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีต มีการพระราชทานพื้นที่พระกัลปานา วัดเขียนบางแก้ว วัดสทัง วัดพะโค๊ะ เพื่อบำรุงรักษา
วัดให้เจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา
ชื่อเมืองพัทลุง
ในสมัยก่อนชื่อเมืองพัทลุง ไม่ได้เขียนอย่างที่ปรากฏให้เห็นจากหลักฐานพบว่าบนเหรียญอีแปะพัทลุง
พ.ศ. 2426 เขียนว่า พัททะลุง และพัตลุง ในเอกสารของไทย ใช้ต่างกันมากมายได้แก่ พัตะลุง พัดทลุง พัทธลุง
พัตทลุง พัฒลุง พัทลุง ในเอกสารเบอร์นีของอังกฤษสมัยรัชกาลที่ 3 เขียนว่า Bondelun และ Merdelong ของ
นายลามาร์ วิศวกรชาวฝรั่งเศส สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เขียนว่า Bourdelun ความหมายของชื่อเมือง
หมายถึงเมืองช้างหรือเมืองเกี่ยวเนื่องด้วยช้างซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงหลายประการ คำว่า “พัต-พัท-พัทธ” ยังไม่อาจ
ทราบได้ว่าคำเดิมเขียนอย่างไร คำไหน ทราบเพียงว่าใช้เป็นคำขึ้นต้น ส่วนคำพื้นเมืองที่เรียกว่า“ตะลุง”แปลว่าเสา
ล่ามช้างหรือไม้หลักผูกช้างชื่อบ้านนามเมืองของพัทลุงที่เกี่ยวกับช้างมีมากหรือจะเรียกว่าเป็น“เมืองช้าง”ก็ได้
โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลาในแถบชะรัดซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด มีช้างป่าชุกชุม และใน
ตำนานนางเลือดขาวตำนานเมืองพัทลุงกล่าวว่า ตาสามโม ยายเพชรเป็นหมอสดำหมอเฒ่านายกองช้าง เลี้ยงช้าง
ส่งเจ้าพระยากรุงทองทุกปี ต่อมาพระกุมารกับนางเลือดขาวก็ได้รับมรดกเป็นนายกองเลี้ยงช้างส่งส่วย
ซึ่งในปัจจุบันชาวบ้านบางส่วนยังคงนับถือ “ตาหมอช้าง”
เอกลักษณ์และสัญลักษณ์เมืองพัทลุง
ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด
| |
จังหวัดพัทลุง ได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาแล้ว 12 ครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี พุทธศักราช 2467 ย้ายจากตำบลลำปำ มาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ ใกล้กับภูเขาอกทะลุซึ่งสูงเด่น อยู่บนที่ราบ มองเห็นจากที่ไกลได้ทุกทิศ บนยอดเขา มีเจดีย์เก่าสร้างเอาไว้องค์หนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังเหลือแต่ฐาน ตั้งแต่นั้นชาวพัทลุงก็ไม่ต้องระเหเร่ร่อนอีกต่อไป ชาวเมืองจึงถือเอาภูเขาอกทะลุเป็นสัญลักษณ์ และหลักเมืองของจังหวัด
| |
ศาลาจตุรมุข ประดิษฐานพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์ฯ เห็นภูเขาอกทะลุเป็นฉากหลัง
| |
พระพุทธนิรโรคันตรายฯ พระคู่บ้านคู่เมืองแห่งแดนทักษิณ
| |
พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ
| |
พระสี่มุมเมืองหรือเรียกชื่อเต็มๆว่า "พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ" เป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และพระคู่บ้านคู่เมืองของพัทลุง ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจัตุรมุขหล่อด้วยสำริด ปางสมาธิ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อ พ.ศ.2511 ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางกับศาลจังหวัดพัทลุง
| |
คำขวัญประจำจังหวัด
| |
"เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน"
| |
ดอกไม้ประจังหวัด
|
ธงประจำจังหวัด
|
ดอกพะยอม ดอกไม้ประจำจังหวัดพัทลุง
ปฎิทินท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง
| |
ข้อมูลสถานที่พักแรมในจังหวัดพัทลุง
ข้อมูลสถานที่พักแรมในจังหวัดพัทลุง
กาสะลองรีสอร์ท
ที่อยู่ : 222 ม.15 ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โทรศัพท์:08-6955-2593,08-7391-5892
เว็บไซต์ : -
จำนวนห้องพัก : ราคา : 200 - 350 บาท/คืน
ที่อยู่ : 222 ม.15 ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โทรศัพท์:08-6955-2593,08-7391-5892
เว็บไซต์ : -
จำนวนห้องพัก : ราคา : 200 - 350 บาท/คืน
อุทยานแห่งชาติเขาปู่ - เขาย่า
ที่พักในอุทยานแห่งชาติเขาปู่ - เขาย่า
ที่อยู่ : 60 หมู่ 9 ตำบลเขาปู่-เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง 93190
โทรศัพท์:0-2568-0760,0-7461-9654-5
เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th
จำนวนห้องพัก : 14 ห้อง , ราคา : 500 - 3,000 บาท
ที่พักในอุทยานแห่งชาติเขาปู่ - เขาย่า
ที่อยู่ : 60 หมู่ 9 ตำบลเขาปู่-เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง 93190
โทรศัพท์:0-2568-0760,0-7461-9654-5
เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th
จำนวนห้องพัก : 14 ห้อง , ราคา : 500 - 3,000 บาท
พี.เค 2
ที่อยู่ : 173 - 174 ถ.เพชรเกษม ต.ท่ามิหรำ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 0-7461-7560
จำนวนห้องพัก : 22 ห้อง , ราคา : 200 - 300 บาท
ที่อยู่ : 173 - 174 ถ.เพชรเกษม ต.ท่ามิหรำ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 0-7461-7560
จำนวนห้องพัก : 22 ห้อง , ราคา : 200 - 300 บาท
พี.เค
ที่อยู่ : ถ.วีรศักดิ์ราชพัฒนา ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 0-7461-6064
จำนวนห้องพัก : 35 ห้อง , ราคา : 200 - 400 บาท
ที่อยู่ : ถ.วีรศักดิ์ราชพัฒนา ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 0-7461-6064
จำนวนห้องพัก : 35 ห้อง , ราคา : 200 - 400 บาท
โทนี วิลเลจ
ที่อยู่ : ต.ปรางหมู่ ถ.พัทลุง อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-3699
จำนวน 32 ห้อง
ราคา 300 - 300 บาท
ที่อยู่ : ต.ปรางหมู่ ถ.พัทลุง อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-3699
จำนวน 32 ห้อง
ราคา 300 - 300 บาท
ตะวันดาว รีสอร์ท
ที่อยู่ : ถ.ชัยบุรี ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : โทร. 0-7461-3029
จำนวน 24 ห้อง
ราคา 550 - 600 บาท
ที่อยู่ : ถ.ชัยบุรี ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : โทร. 0-7461-3029
จำนวน 24 ห้อง
ราคา 550 - 600 บาท
ซันไซน์ รีสอร์ท
ห้องพักหรู สะอาด ประหยัด บรรยากาศร่มรื่น
ที่อยู่ : 89 หมู่ 7 ถ.เพชรเกษม ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 08-1093-3780,08-9739-1720
เว็บไซต์ : http://www.sunshineresort.th.gs
Email : kamonsunshine@hotmail.com
จำนวน 20 ห้อง
ราคา 400 - 500 บาท
ห้องพักหรู สะอาด ประหยัด บรรยากาศร่มรื่น
ที่อยู่ : 89 หมู่ 7 ถ.เพชรเกษม ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 08-1093-3780,08-9739-1720
เว็บไซต์ : http://www.sunshineresort.th.gs
Email : kamonsunshine@hotmail.com
จำนวน 20 ห้อง
ราคา 400 - 500 บาท
ริเวอร์
ที่อยู่ : ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-5760
จำนวน 24ห้อง
ราคา 150 - 300 บาท
ที่อยู่ : ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-5760
จำนวน 24ห้อง
ราคา 150 - 300 บาท
ฮอลิเดย์ พัทลุง
โรงแรมฮอลิเดย์ ให้บริการห้องพัก 24 ชม. ห้องสะอาด สบาย ราคาประหยัด
ที่อยู่ : ถ.ผดุงดอนยอ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-2555
เว็บไซต์ : http://www.holidayptt.com
จำนวน 13 ห้อง
ราคา 450 - 650 บาท
โรงแรมฮอลิเดย์ ให้บริการห้องพัก 24 ชม. ห้องสะอาด สบาย ราคาประหยัด
ที่อยู่ : ถ.ผดุงดอนยอ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-2555
เว็บไซต์ : http://www.holidayptt.com
จำนวน 13 ห้อง
ราคา 450 - 650 บาท
ลิตเติลแกรนด์
ที่อยู่ : ถ.พัทลุง - ตรัง ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 08-1691-3333,08-4312-6579
จำนวน 70 ห้อง
ราคา 300 - 500 บาท
ที่อยู่ : ถ.พัทลุง - ตรัง ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 08-1691-3333,08-4312-6579
จำนวน 70 ห้อง
ราคา 300 - 500 บาท
ทัวทัศน์
ที่อยู่ : 201 หมู่ 1 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
โทร : 0-7467-5537,08-9876-1822,08-1898-4238 แฟกซ์ : 0-7465-5536
จำนวน 7 ห้อง
ราคา 300 - 400 บาท
ที่อยู่ : 201 หมู่ 1 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
โทร : 0-7467-5537,08-9876-1822,08-1898-4238 แฟกซ์ : 0-7465-5536
จำนวน 7 ห้อง
ราคา 300 - 400 บาท
ทะเลทอง รีสอร์ท
ที่อยู่ : 89 หมู่ 1 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
โทร : 08-1478-6269,08-1679-3233
จำนวน 6 ห้อง
ราคา 200 - 200 บาท
ที่อยู่ : 89 หมู่ 1 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
โทร : 08-1478-6269,08-1679-3233
จำนวน 6 ห้อง
ราคา 200 - 200 บาท
บ้านล้านบัว
ที่อยู่ : ริมฝั่งทะเลน้อย ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-2924
จำนวน 25 ห้อง
ราคา 150 - 300 บาท
ที่อยู่ : ริมฝั่งทะเลน้อย ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-2924
จำนวน 25 ห้อง
ราคา 150 - 300 บาท
แกรนด์ แมนชั่น
ที่อยู่ : 64/12 ถ. ประชาบำรุง ต. คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 08-1368-3081
จำนวน 10 ห้อง
ราคา 500 - 700 บาท
ที่อยู่ : 64/12 ถ. ประชาบำรุง ต. คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 08-1368-3081
จำนวน 10 ห้อง
ราคา 500 - 700 บาท
ทะเลน้อย รีสอร์ท
ทะเลน้อยรีสอร์ท สถานที่พักตากอากาศ ที่พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ที่อยู่ : 309 หมู่ 3 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โทรศัพท์:08-1189-6193 แฟกซ์:0-7468-5056
เว็บไซต์ : http://www.thalenoiresort.com
Email : thalenoiresort@hotmail.com
จำนวนห้องพัก : 25 ห้อง , ราคา : 400 - 1,000 บาท
ทะเลน้อยรีสอร์ท สถานที่พักตากอากาศ ที่พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ที่อยู่ : 309 หมู่ 3 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โทรศัพท์:08-1189-6193 แฟกซ์:0-7468-5056
เว็บไซต์ : http://www.thalenoiresort.com
Email : thalenoiresort@hotmail.com
จำนวนห้องพัก : 25 ห้อง , ราคา : 400 - 1,000 บาท
เขาชันรีสอร์ท
ตั้งอยู่บนเกาะหมาก โดยมีสะพานเชื่อมจาก อ.ปากพะยูนไปเกาะหมาก
ที่อยู่ : 1 หมู่ที่ 7 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 08-1599-7778,08-9812-1276
จำนวนห้องพัก : 25 ห้อง , ราคา : 500 - 500 บาท
ตั้งอยู่บนเกาะหมาก โดยมีสะพานเชื่อมจาก อ.ปากพะยูนไปเกาะหมาก
ที่อยู่ : 1 หมู่ที่ 7 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 08-1599-7778,08-9812-1276
จำนวนห้องพัก : 25 ห้อง , ราคา : 500 - 500 บาท
หอฟ้า
ที่อยู่ : 28-30 ถ.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 0-7461-1920,0-7461-1645
จำนวนห้องพัก : 73 ห้อง , ราคา : 200 - 500 บาท
ที่อยู่ : 28-30 ถ.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทรศัพท์ : 0-7461-1920,0-7461-1645
จำนวนห้องพัก : 73 ห้อง , ราคา : 200 - 500 บาท
ลำปำ รีสอร์ท
ที่อยู่ : 88 หมู่ื 6 ถ.อภัยบริรักษ์ ต.สำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-1486 แฟกซ์ : 0-7461-2013
จำนวน 67 ห้อง
ราคา 400 - 1,200 บาท
ที่อยู่ : 88 หมู่ื 6 ถ.อภัยบริรักษ์ ต.สำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-1486 แฟกซ์ : 0-7461-2013
จำนวน 67 ห้อง
ราคา 400 - 1,200 บาท
บ้านนางนวล
ที่อยู่ : 53 หมู่ 9 ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-2924
จำนวน 25 ห้อง
ราคา 150 - 300 บาท
ที่อยู่ : 53 หมู่ 9 ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-2924
จำนวน 25 ห้อง
ราคา 150 - 300 บาท
ไทย โฮเต็ล
ที่อยู่ : 14-14/1-5 ถ.ดิสรา-สาครินทร์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-1636,0-7461-1797-8
จำนวน 50 ห้อง
ราคา 350 - 600 บาท
ที่อยู่ : 14-14/1-5 ถ.ดิสรา-สาครินทร์ อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-1636,0-7461-1797-8
จำนวน 50 ห้อง
ราคา 350 - 600 บาท
ดีน่า อินน์
ที่อยู่ : ถ.ชัยบุรี สามแยกช่องโก อ.มือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-3026
จำนวน 24 ห้อง
ราคา 300 - 450 บาท
ที่อยู่ : ถ.ชัยบุรี สามแยกช่องโก อ.มือง จ.พัทลุง
โทร : 0-7461-3026
จำนวน 24 ห้อง
ราคา 300 - 450 บาท
ตากอากาศชายหาน
ที่อยู่ : ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : -
จำนวน 10 ห้อง
ราคา 150 - 220 บาท
ที่อยู่ : ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง
โทร : -
จำนวน 10 ห้อง
ราคา 150 - 220 บาท
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
ที่อยู่ : 201 หมู่ 1 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
โทร : 0-7468-5230
จำนวน - ห้อง
ราคา - บาท
ที่อยู่ : 201 หมู่ 1 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
โทร : 0-7468-5230
จำนวน - ห้อง
ราคา - บาท
แหล่งที่มา : http://thai.tourismthailand.org
ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น